|
Thanunchai
|
 |
« on: 04 June, 2010, 16:05:13 » |
|
ช่วงนี้ว่างๆ ลองเอาไปอ่านกันเล่นๆครับ..
Rules 2551.pdf เป็นข้อบังคับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นกรอบการศึกษาระดับปริญญาตรี ที่ชีวิต 4 ปีต้องดำเนินตามกรอบนี้ครับ เนื้อหาสำคัญคือการคำนวณเกรดเฉลี่ย, สถานะภาคทัณฑ์, การสิ้นสภาพการเป็นนักศึกษา ฯลฯ
CESkill.pdf เป็น Roadmap ที่เขียนสรุปเป็นแนวทางว่าเราเรียนอะไรกันบ้าง พัฒนาทักษะอะไร เพื่อให้มีคุณสมบัติสอดคล้องกับอาชีพการงานในอนาคต รายละเอียดต่างๆ สอบถามในบอร์ดนี้ได้ .. ใครที่รู้คำตอบก็ช่วยตอบน้องกันไป
_คอมพิวเตอร์_2552.pdf เป็นหลักสูตรปริญญาตรี 2552 เก็บไว้ประกอบการตัดสินใจเลือกเรียนวิชาต่างๆ ในปี 2,3,4 ควรเลือกเรียนให้สอดคล้องกับแผนการศึกษาครับ
|
|
|
|
|
zukiyama
2D_CE49

คะแนนจิตพิสัย 2
Offline
Gender: 
Posts: 69
I'm Sunny
|
 |
« Reply #1 on: 04 June, 2010, 17:39:21 » |
|
ขอบคุณมากครับอาจารย์
|
|
|
|
|
wappenok
|
 |
« Reply #2 on: 04 June, 2010, 18:51:16 » |
|
เข้ามาดูครับ  ชีวิตดำเนินมาอย่างกะโหลกกะลา 3 ปีแล้วครับ  ตอนแรกอ่านนึกว่า freshy.ce เป็นชื่อเว็บ เลยแปลกใจ .. (ฮา)
|
|
|
|
|
|
NUTh
|
 |
« Reply #3 on: 04 June, 2010, 19:41:56 » |
|
|
|
|
|
|
|
กกต.
Guest
|
 |
« Reply #4 on: 04 June, 2010, 19:47:13 » |
|
เต็มสูตร เหมือนออกดาบเขียว คริใหญ่ ขาไม้ พอแล้วแค่นี้ เรียน 4ปี ก้อตไลคแน่นอน
|
|
|
|
|
moraine
2D_CE49

คะแนนจิตพิสัย 3
Offline
Posts: 128
มาได้ยังไงฮุ๊ว!?
|
 |
« Reply #5 on: 04 June, 2010, 20:45:37 » |
|
ขอบคุณมากค่ะ กำลังต้องการความกระจ่างในเรื่องนี้ (ที่หามานาน = =!) 
|
|
|
|
|
|
Teera
|
 |
« Reply #6 on: 04 June, 2010, 20:46:57 » |
|
โอ้วว ตัวใหม่ ขอบคุณครับ 
|
|
|
|
|
|
TEENIGMA
|
 |
« Reply #7 on: 04 June, 2010, 20:56:19 » |
|
ขอบคุณคับบ 
|
|
|
|
|
zeziaria
3D_CE48
 
คะแนนจิตพิสัย 3
Offline
Gender: 
Posts: 92
There Is Light In Dark So There Is Dark In Light
|
 |
« Reply #8 on: 04 June, 2010, 21:07:57 » |
|
ขอบคุณค่า
|
ท่ามกลางแสงสว่างย่อมมีความมืด ดั่งเช่นในความมืดก็ย่อมมีแสงสว่าง ....There Is Dark In Light So There Is Light In Dark
|
|
|
NNtk
2D_CE49

คะแนนจิตพิสัย 0
Offline
Posts: 3
|
 |
« Reply #9 on: 04 June, 2010, 21:11:12 » |
|
ขอบคุณมากค่ะ 
|
|
|
|
|
Pulsal2
2D_CE49

คะแนนจิตพิสัย 0
Offline
Posts: 8
|
 |
« Reply #10 on: 04 June, 2010, 21:29:42 » |
|
ขอบคุณมากๆเลยครับ ชอบอาจานพูดมากครับ ฮาดี 
|
|
|
|
|
AzeticZeal
2D_CE49

คะแนนจิตพิสัย 0
Offline
Posts: 3
|
 |
« Reply #11 on: 05 June, 2010, 11:52:13 » |
|
ขอบคุณครับ กำลังอยากได้ roadmap เลย เพราะ projector มันมืดมองไม่ค่อยเห็นครับ 
|
|
|
|
|
|
ยัยคิ้ม เดอะ มอ ลาดกระบัง
|
 |
« Reply #12 on: 07 June, 2010, 01:00:03 » |
|
ขอบคุณมากๆคะอาจารย์ ว่าแต่ นู๋จะทันมั้ยนิ ฮิฮิ
|
ถึงแม้เมื่อใดที่ "ใจเรา" หายไปจากกาย แต่ "กายเรา" ก็ยังต้องการ "ลมหายใจ" ...เสมอ
|
|
|
|
Thanunchai
|
 |
« Reply #13 on: 08 June, 2010, 00:56:09 » |
|
ในวันปฐมนิเทศน์ อยากพูดอะไรเยอะแยะ.. แต่ด้วยเงื่อนแวลา และคิดว่าแต่ละคนคงอยู่ในภาวะ ข้อมูลท่วมหัว ก็เลยรีบๆ ตัดบทจบไป..
เอามาฝากกันในนี้ก็แล้วกันครับ..
::::: พอก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยแล้ว อะไรๆ ต่างๆ ก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเก่า เพื่อนๆ ที่เคยเรียนด้วยกันก็แยกทางกันไปคนละทิศคนละทาง บางคนจากเดิมที่มีเพื่อนฝูงมาก ก็กลายเป็นคนโดดเดี่ยวท่ามกลางสถานที่แปลกใหม่ บางคนเคยอยู่กับพ่อกับแม่ตอนเรียนมัธยม ก็ต้องมาอยู่หอ กิน-นอน โดยดูแลตัวเอง พ่อแม่ทำได้เพียงส่งค่าเล่าเรียนมาเป็นระยะๆ และโทรหาบ่อยๆ ... ดังนั้นสิ่งที่ Freshy ควรทำเป็นสิ่งแรกก็คือการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ให้เร็วที่สุด.. แรกๆ ก็เอาเฉพาะเรื่องการกิน การนอน การเดินทาง ก็พอ...
สำหรับเรื่องเรียน.. การเรียนในระดับมหาวิทยาลัยก็มีรูปแบบการเรียนที่แตกต่างจากระดับมัธยม.. แล้วอะไรคือสไตร์การเรียนที่เหมาะสมกับการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยกันแน่ ??
การปรับตัวให้เหมาะสมกับสไตร์การเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยนั้นเป็นเรื่องยากของคนหลายๆ คน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากของคนอีกหลายๆ คนเช่นกัน.. บางคนใช้สไตร์การเรียนในระดับมัธยมของตัวเองมาใช้กับการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยแล้วได้ผลเลิศ.. แต่บางคนไม่สามารถนำมาใช้ได้.. อันนี้จะว่าไปก็ขึ้นอยู่กับบุญบารมีของแต่ละคนอยู่มาก บางคนฝึกตนมาดี ก็สามารถเล่าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างได้ผล..จะอธิบายเป็นเรื่องบุญเรื่องกรรมไปซะหมด เดี๋ยวจะหาว่าไม่เหมาะกับการเป็นวิศวกร...
เอาจริงๆ จังๆ กันมั่ง.. สิ่งสำคัญที่สุดในการเรียนรู้คือ "การรับรู้" ครับ บางคนรับรู้สิ่งที่เรียนได้มาก เพียงแค่ฟังครั้งเดียวก็รับรู้และเข้าใจแล้ว ไม่ต้องทำอะไรมาก แต่ให้นั่งอ่านเองก็ไม่มีทางเข้าใจ... แต่บางคนฟังแทบตายก็ไม่เข้าใจ จนกว่าจะได้อ่านซักครั้งจึงรับรู้และเข้าใจได้.. ที่อยากบอกเรื่องนี้เพราะว่าอยากให้แต่ละคนลองพิจารณาตัวเองดูว่า ตัวเอง "รับรู้" ด้วยวิธีการใด.. แล้วก็จงใช้การรับรู้แบบนั้นให้มาก เพียงเท่านั้นการเรียนระดับมหาวิทยาลัย จึงได้ผล.. ถ้าเทียบไปแล้วเข้าห้องเรียนจึงเป็นการนำ "ตัวรับสัญญาณ" ไปนั่งอยู่ใน "ช่องสัญญาณ" ถ้าเป็นเครื่องรับที่รับรู้โดยใช้การฟังเป็นหลักก็สามารถรับรู้ได้หมด แต่ถ้าเป็นเครื่องรับที่รับรู้ช่องสัญญาณอื่นก็รับไม่ได้ นั่งฟังไปก็เท่านั้น..คนเก่งๆ บางคนจึงอ่านหนังสือเอง มากกว่าเข้าห้องเรียน เพราะพิจารณาแล้วว่าช่องทางการรับรู้ของตัวเองอยู่ที่ตา ไม่ใช่อยู่ที่หู... นอกจากนี้ ถ้าใครปรับตัวให้ตัวเองสามารถ "รับรู้" ได้หลากหลายช่องทางก็จะดี.. จะกลายเป็นคนที่เรียนรู้ได้เร็วและได้ทุกสถานการณ์... เป็นประโยชน์ต่อการเรียนในมหาวิทยาลัยอย่างยิ่ง...
ควรทำให้ตัวเองฉลาดก่อนแล้วค่อยขยัน... ถ้าโง่อยู่อย่าเพิ่งขยัน..
|
|
|
|
|
|
TEENIGMA
|
 |
« Reply #14 on: 09 June, 2010, 01:37:07 » |
|
ของผมถ้าฟังในห้องแล้วรุเรื่องก้จะเข้าใจเลย
ถ้าไม่เข้าใจก้หาคนอธิบาย+อ่านเพิ่ม
ถ้าได้พูดให้เพื่อนฟังอีก 1 - 2 รอบ จะจำได้แม่นเลยคับบ
|
|
|
|
|
Pulsal2
2D_CE49

คะแนนจิตพิสัย 0
Offline
Posts: 8
|
 |
« Reply #15 on: 13 June, 2010, 18:48:37 » |
|
ขอบคุนครับ 
|
|
|
|
|
Kowoat
4D_CE47
  
คะแนนจิตพิสัย 3
Offline
Gender: 
Posts: 2025
|
 |
« Reply #16 on: 14 June, 2010, 10:00:37 » |
|
วางแผนกันดีๆๆนะน้อง
โดยเฉพาะวิชาเลือกอ่าา เห็นว่าเรียนวิชาเลือกเยอะกว่าพี่ๆๆมาก
ซัมเมอร์ไม่มีวิชาเลือกเปิดอีก แย่หน่อยนะ สู้ๆๆครับ
|
|
|
|
|